ประสบการณ์จากห่านไทยตัวเล็กๆ คนหนึ่ง
อาจจะไม่ถึงขั้นได้ถ่ายรูปคู่กับทุกคนมากมายก่ายกอง แต่ก็เป็นอะไรที่ประทับในความรู้สึกมากๆ
เรื่องราวเริ่มต้นวันที่
31 March 2013
ได้รับข่าวจากเพื่อนว่าหนุ่มๆ จะมาถึงประเทศไทย
เราเองก็อยากไปรับที่สนามบิน ไปแบบไม่คิดอะไร
โอเค เราก็ไปรับที่สนามบิน เจอดราม่าหลากหลายขนาด
เพราะตัวแอดมินลอวสันเองก็ไม่ได้ปรากฎตัว นู่นนี่นั่น
ก็ไปรอที่เกทสิบชั้นสอง
ได้มายืนตรงรั้วกั้นเลย พี่การ์ดเองก็บอกว่าเดี๋ยวจะให้ศลป.มาหา
และแล้ว เวลาแห่งการรอคอยก็มาถึง
หนุ่มๆ เดินตรงเข้ามา วินาทีนั้น SUCH A CHAOS!
คือเราเองก็ทำอะไรไม่ถูก ในหัวมันเบลอไปหมด ตรงหน้าคือ Adam เข้ามา
จับมือเรา เราแบบ โอ๊ยยย ใกล้มาก ชิดมาก
รูปเริปอะไรก็ไม่ได้ถ่ายสักเท่าไร ส่วนใหญ่อยู่ในไอโฟนเพื่อน
แต่ก็คือ...ฟิน...
01 April 2013
วันนี้เราก็ไม่ได้รีบอะไรมากมาย (แต่อดไปดูเขาซ้อม)
อากาศร้อน คนเยอะ แดดจ้ามาก ห่านทุกคนเข้มแข็งมากเพื่อที่จะได้เจอหนุ่มๆ ที่เรารัก
ก็ไปรอกันตั้งแต่เช้าก็มี
เราเองก็เรื่อยๆ สบายๆ ถือว่าโชคดีมาก ที่ได้เข้าไปอยู่ในหลุมหน้าเวที(ด้านขวา)
คอนเสิร์ตสนุกและประทับใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
Very impressive touched overwhelming
มีความสุขที่ได้เห็นใกล้ๆ และเก็บภาพความประทับใจเหล่านั้นไว้
เมื่อถึงเวลาแจกลายเซ็น
ในใจเราก็คิดแต่ว่าจะทำอะไรให้พวกเขาประทับใจดี
ความคิดสดๆ ร้อนๆ คือ ร้องเพลง "You'll never know''
เอาวะ! เอาไงเอากัน!
ก็ขึ้นไป จะเจอ ไรอัน อดัม โจเอล และแอนดี้ เรียงตามลำดับ
คือเราตั้งใจจะให้พวงกุญเเจช้างน้อยกับอดัมอยู่แล้ว เพราะรู้สึกประทับใจในตัวเขามากๆ
วางปกอัลบั้มให้ไรอันเซ็น บอกว่า Thank you ไรอันถึงกับเงยหน้าขึ้นมามองกับคำว่า Thank you?
พร้อมกับสีหน้างงงวย เต็มไปด้วยคำถาม ว่าเมิงพูดแค่แต้งกิ้วจริงดิ
แล้วพอมาถึงอดัมที่เราใฝ่ฝัน เราก็บรรเลง
"You'll never know that I love, You'll never know that I trust in you in every way''
Gosh!! How dare I!
อดัมยิ้ม พิมพ์ใจ รับของ เซ็นให้พร้อมยื่นมือมาให้เรา
พี่การ์ดไทยก็เอาเลย "ห้ามจับมือครับ!''
รู้สึกเหมือนโดนดึงจากฝัน คือเราก็แบบพูดว่า "What! He touches me!''
แล้วคือโจเอลยื่นมือมารอคืออะไร ทั้งๆ ที่ปกอัลบั้มยังไม่ถึงเขา
เราก็จับมือโจเอล TT TT แล้วเขาก็เซ็น
คือทุกคนได้ยินเราร้องเพลงหมดอ้ะ ดีใจมากจุดนั้น
รู้สึกได้ว่าแอนดี้นั่งรอและเตรียมจะจับมือเรา แต่พี่การ์ดร่างยักษ์สักเต็มตัวหัวโต๊ะ
said 'NO'
อดค่ะอด! ตอนแอนดี้เซ็นเสร็จได้แต่พูดว่า Thank you Andy, See you. และเดินจากไปแบบชะนีมีความสุข
คือมันสุขตรงที่ เออ เราได้ร้องเพลงต่อหน้าเขานะ เรามั่นใจเสียงเราอ่ะ ว่าเออ พอฟังได้
:) และได้ทำให้พวกเขายิ้มและประทับใจ โจเอลยื่นมือมาให้จับ..
พอเสร็จตรงนี้เรียบร้อย เพื่อนโทรชวนให้ไปที่โรงแรม (เลยต้องทิ้งเพื่อนอีกคนที่ยังรอลายเซ็นอยู่ไว้)
เราก็ เอาวะ! ไหนๆ ก็ไหนๆ มาถึงขนาดนี้แล้ว
ก็รู้ละว่าโรงแรมหรูระเบิดเถิดเทิง เราก็เนียนจ้า กลายเป็นคนต่างชาติไปเลย
คิดแล้วก็ฮาตัวเอง ถาม Security ภาษาอังกฤษ สวยค่าสวย
แล้วก็เข้าไปนั่งใน Lounge โดนพนง.มาไล่ให้ไปนั่งที่อื่นด้วยความสุภาพ
ก็โอเค ตีภาษาอังกฤษใส่ไปว่ารอเพื่อนค่า
ก็นั่งรอกับพี่อ.น้องต.กับเพื่อนฟ. สวยๆ นั่งกับกลุ่มน้องฟค.ที่ใส่ชุดนร.
โอเค เราว่าพนง.คงรู้แล้วล่ะว่าเราปลอมตัวมา 555
แต่เราก็ Keep Calm และนั่งรอ จนกระทั่งหนุ่มๆ มา เราก็ไม่อาจเอื้อมอ้ะ
เป็นที่พักส่วนตัว ก็ไม่มีใครได้เข้าใกล้เลย การ์ดกันหมด
พวกหนุ่มๆ ขึ้นห้องปั๊บ ความฝันสลาย
เด็กๆ แยกย้ายกันกลับ มีพวกผู้ใหญ่อย่างเรานั่งกันต่อไป
เอ๊ะ O_o ตรงทางเข้าคือแอรอนกับเพื่อนของเขา(เราทักแอรอนก่อนขึ้นไปแฟนไซน์ด้วย ฮ่าๆๆ เขายิ้มให้ด้วย)
โอเค พอทุกคนพร้อมใจกันลุกออกไปที่ทางเข้า
เราก็ทัก Hello Aaron! เขาก็ยิ้มกลับมา เราก็ถามว่าถ่ายรูปด้วยได้มั้ย
โอเค ก็ได้ถ่ายกันไป
หลังจากนั้นคือ ชวนเขาคุย!
บลาๆๆ แนะนำตัว แสดงตัว ช่างเป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆ คือได้คุยกับผจก.ของหนุ่มๆอ่ะ
เข้าใจฟีลลิ่งป้ะ? คือฟินอ่ะ คุยกันเรื่องนู่นนี่นั่น คอนเสิร์ต จนพี่ยูนิเดินมาถาม
"รู้จักเขาหรอ" ไม่รู้จักมั้งพี่ ยืนคุยกันขนาดนี้
ก็ดีมากเลย ถือว่าได้อะไรเยอะ ได้ใกล้ชิดกับศลป.มากขึ้น
จบวันนี้ด้วยคำว่า "กระทบไหล่เบื้องหลังดังกว่า" คืออะไร?? 555
02 April 2013
นัดวันนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก ไมค์กี้ คนดูเเลหนุ่มๆ เป็นคนบอกให้มาตอนเที่ยงที่โรงแรมเอง
เราก็มาสิคะ ตามคำเชิญ
มากับเพื่อนฟ. น้องต. สามหน่อค่า
มานั่งสวยๆ ตรงโซฟาลอบบี้เหมือนเดิม โดยอยู่ในสายตาของพี่ยูนิฯ
และยิ่งไปกว่านั้นพี่การ์ด!
เราก็สงบเสงี่ยม สาบานว่าจะเป็นคนเรียบร้อยค่ะพี่
หนุ่มๆ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ริมสระน้ำ! เปลือยครึ่งท่อน!!
ชาตินี้ไม่ขออะไรอีกแล้ว
เห็นกับตาตัวเอง เป็นอะไรที่ฟินมาก นั่งมองบ้างไม่มองบ้าง
หนุ่มๆ กินซูชิ กินน้ำ ถอดเสื้อ ใส่เสื้อ(คือจะเดินเข้าไปในตัวร้านอาหาร พวกนางก็ต้องดูเรียบร้อย)
โอเค ถือว่าฟินมาก เพราะมีแต่เราที่ได้เห็น นั่ง Observe กันไปเรื่อยๆ
พี่การ์ดก็บอกว่า มองให้เต็มตา แต่อย่าถ่ายรูป
โอเคค่าา เราก็นั่งมองไป นั่งรอไป (หิวด้วยนะ) ได้เห็นอะไรดีๆ เย้ออะะ
เยอะเกินกว่าที่ห่านควรจะได้รับด้วยซ้ำ
หนุ่มๆ มีตารางติดต่อกันค่อนข้างหลายรายการ
เริ่มที่สัมภาษณ์ของเดลินิวส์ก่อน และต่อมาคือของรายการอะไรสักอย่างที่หนุ่มๆ ทำต้มยำกุ้งอ้ะ
แล้วพอเสร็จ หนุ่มๆ ก็เดินมาที่ล็อบบี้ คือพี่ทีมงานและพี่การ์ด(ทั้งของโรงแรมเอย ของบริษัทเอย) ก็ตั้งการ์ดไว้แล้ว
ว่าเรา อย่า.ได้.ริ.อ่าน.เข้า.ไป.ยุ่ง
เราเขียนบนมือไว้ว่า pls แล้วก็โบกให้เขา
แอนดี้เห็นและหันมาไหว้แล้วพูดว่า "สวัสดีครับ" คือวินาทีนั้นฟินมากก
ทุกคนเห็นหมด โบกมือให้เราหมด น้องต.ผู้ไม่สามารถหักห้ามตัวเองได้พุ่งตัวออกไป
แต่ไม่มาก โอเค เราก็ไม่ได้ล่วงล้ำอะไร
แต่!!!!!!!!!!!!!!!!!!
Our dream เสือก comes true
พวกเขากำลัง settling down จะสัมภาษณ์อะไรบางอย่างตรงโซฟาล๊อบบี้
โจเอลปลีกตัวมา.. มองพวกเรา..และเดินตรงเข้ามา
พระเจ้า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
'Hi guys!'
วินาทีนั้นเหมือนโลกทั้งใบจะหมุนวนไปหมด โจเอล โจเอลเนี่ยนะ!!
เขาเดินมาคุยด้วย เมื่อคืนสนุกมั้ย อะไรงี้ คุยกันเกือบนาทีอยู่นะ
ก็ขอถ่ายรูปคู่ด้วย (ได้ทั้งสามสาว)
นอกจากนั้นยังขอกอด! (ได้ทั้งสามสาวเหมือนกัน)
ตัวโจเอลหอมมาก คือแน่นมาก สูงมาก หอมมาก
โอยยย... ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวจะฟิน และโจเอลก็เดินกลับไป เราก็ขอบคุณเขา
เนื่องจากเราไปตระเวนหาซื้อโปสการ์ด เลยไม่ได้ไปดูที่แชนแนลวี
พอพลาดจากตรงนี้ เขียนโปสการ์ดเสร็จ ก็มานั่งจ่อมกันตรงถนนชั้นล่างทางเชื่อมระหว่างสยามเซ็น
กับพารากอน
เห็นรถศลป.ไป ก็ฮึบ เอาวะ ต้องให้แอรอนให้ได้!
ไปถึง Reception และขอให้พี่เขาฝากไปให้ (เด๋อมากอ่ะ นี่พูดเลย)
แต่ก็ดีใจ และคิดว่าน่าจะไปถึงเขา เพราะเป็นบริการของโรงแรม
ระดับ 6 ดาว นะคะคุณขา!! Siam Kempinski Hotel
แล้วเราก็ได้แต่ภาวนาให้ถึงมือพวกเขา
03 April 2013
ตัวข้าขอเดินทางกลับบ้านค่ะ เหนื่อยเกินจะตาม และพรุ่งนี้ก็มีนัดดูหนังกับเพื่อนด้วย
เพื่อนก็ไปตามต่อจนถึงที่สุด ก็ได้ฟินสมใจ ได้จับมือกับแอนดี้ เริ่ดๆ
และได้คุยกับแอรอน และถามว่าได้โปสการ์ดหรือยัง
แอรอนบอกว่า ได้แล้ว
เย้!
Mission Complete!!!!
TT TT
...
I love you LAWSON!
You guys are AMAZING! INCREDIBLE! FRIENDLY!
I WON'T regret for loving you this much.
I will keep supporting you for sure!
You make me in an Ecstasy!
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น