วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2556

I can't believe that I turned 22 already!

จะมาเล่าเรื่องราวของ 24.04.2013

พอดีประจำเดือนมา
ปวดท้องมาก เกือบจับไข้แต่ก็กินยาทัน

ทั้งวันก็มีครูอาจารย์เพื่ิอนพี่น้องญาติๆมาอวยพรวันเกิด

โดยไร้วี่แววของคนที่เราตั้งหน้าตั้งตาคอย

เราเองก็ไม่ได้ส่งข้อความอะไรไปหาเขาเลย
คือ...กำลังคิดจะตัดใจ

พอเราตัดสินใจลงรูป I turned 22!
เรตติ้งก็โอเคอยู่ มีคนมาไลค์ตลอด

เราก็นั่งเล่นเนต เช็คเขา เขาออนไลน์นานมาก
คือออนเหมือนเช็คหน้าฟี้ดมั้ง
เขาน่าจะรู้แล้วล่ะว่าเป็นวันเกิดเรา
คือเราก็นอยด์มากนะ คือน่าจะรู้ว่าเป็นวันเกิดเรา
จะอวยพรหน่อยก็ไม่ได้หรอ
เราก็เหวี่ยงในทวิต เหวี่ยงๆๆๆ
อารมณ์บูดมาก
คือจะส่งอะไรไปก็ไม่ได้

แล้วก็เกิดเรื่องสะพรึงขึ้น (!)
เมื่อเขามากดไลค์รูปที่ลงไป

SWYM NOK !!! Σ(・□・;)

ทำอะไรไม่ถูก
รู้แต่ว่าดีใจมาก panic, freakin out มาหมดทุกความตระหนก
แสดงว่าเขาแคร์นะ ใช่มั้ย (?)
คือคนอย่างซาวายามะ ถ้าไม่แคร์คงไม่ไลค์ป้ะ(คิดเข้าข้างตัวเองไว้ก่อน)
เขาไลค์ล่าสุดคือรูปหมี่เย็นเมื่อต้นเดือน แล้วก็โนคอนแทคใดๆหลังจากนั้น

รูปที่เราลงไปก็ค่อนข้างชิค เซ็กซี่ โชว์ของ (บ้า!)

การเปลี่ยนแปลงตัวเอง ใส่เดรสแต่งหน้าเบาๆ
ก็เวิร์คเหมือนกันนะ

พอเขาไลค์เรียบร้อย ก็ลืมเช็คเวลาไว้(แง้)
มัวแต่สะพรึง 555

หลังจากนั้นก็ใจชื่นขึ้น รู้สึกมั่นใจมากขึ้น
เหมือนเขาแคร์เรา กรี๊ดดดดดดด!

เราก็เป่าเค้ก >()< ฟู่ววๆๆๆ

แม่น่ารักใส่ใจที่สุดในโลก
ซื้อเค้กก้อนเล็กๆ มาให้ (≧∇≦)
แถมยังร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้

เรากินไม่ค่อยได้ ปวดท้อง
แล้วเราก็ตัดเค้กส่วนที่เป็นชื่อเราแล้วถ่ายรูปไป
ตั้งใจว่าจะส่งไปให้เขา

-////- เข้าสู่โหมดไฮสคูลเกิร์ลอีกครั้ง
ใจเต้นรัวกับแผนการที่คิดไว้

พอเสร็จศัพท์ ก็แต่งภาพใสๆ

แล้วก็ส่งไป

'This piece is for you.
Look, there's my name on jelly.
\(^o^)/
どうぞ

โอยเขินค่า เขาออฟไลน์ไป 10 นาทีและ
ห้าทุ่มกว่าๆ ของที่นู่นและ
มีความรู้สึกว่าเขาจะเข้านอนแล้วนะ

ส่งไป ก็ค้างหน้าจอเมสเสจไว้

แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

SWYM NOK typing....

ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ

คือเป็นโมเม้นต์ที่ตื้นตันมากอ่ะ

พิมพ์นานมากกก ลุ้นตัวเกร็งว่าเขาจะพิมพ์อะไรมา ใช้เวลานานขนาดนั้น

ประมาณเกือบสี่นาที

คือเราก็เตรียมใจแล้วล่ะ
กับคำว่า Happy Birthday ตามมารยาท

และแล้ววินาทีที่เรารอคอยก็มาถึง
ข้อความเด้ง

Happy birthday!! (*≧□≦*)

แล้วก็ออฟไลน์ไปเลย
ไม่รอดูคำขอบคุณจากเราเล้ย ให้ตายสิ
( ̄^ ̄)ゞ

เขาก็คงไปเข้านอนและละ

แต่เขาก็พลาด.. 555
เพราะมันทำให้เรารู้พิกัดที่อยู่เขา
อยู่เมมุโระ
มีบ้านสามหลังที่คาดว่าจะเป็นบ้านเขา
น่าอยู่ทั้งนั้นน

คืนนี้ ตกกลางคืนก็ฝันถึงเขา
สงสัยหมกมุ่นมากไปหน่อย เลยฝันถึง
แต่ฝันแบบเบลอ จำได้แต่พาร์ทที่เขาพูดญี่ปุ่นรัวใส่เราสองประโยคยาวๆ

แต่ ได้ฝันถึงเขาก็ดีใจและ
แม้ว่าอยากจะฝันอย่างครั้งแรกก็ตาม
สงสัยต้องอ่าน Fifty Shades ก่อนนอน ถึงจะฝันแบบนั้นได้อีก



วันนี้ 25.05.2013
เราก็เช็คดูว่าเขาอ่านข้อความเรามั้ย
ปรากฏว่าจนกระทั่งตอนนี้ ยังไม่อ่านเลย

เง้อออ ไม่อยากอ่านแล้วหรอ กลัวเราจะบอกรักหรือไง คนบ้า (ー ー;)
แค่นี้ต้องให้บอก ไม่รู้อีกหรอ ฮึ!
นั่นก็ทึ่มเกินและ

หลังจากนี้ละ เราจะทำยังไงต่อไป
จะกลับไปสู่กิจกรรมเดิมๆ
ที่คอยส่งข้อความให้เขาอ่านเล่นอีกมั้ย

:) ก็ส่งเท่าที่อยากส่งเนอะ!
อะไรที่พอจะทำได้ก็ทำไป อย่าได้ขาด
ถึงจะไม่ได้เป็นแฟน
เป็นเพื่อนกันก็ยังดี
หาเพื่อนที่ญี่ปุ่นไว้เยอะๆ เวลาไปเที่ยวจะได้ชิคๆ




วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2556

22 Years old of mine

This is my birthday.

I woke up this morning because of my period. 

I took a bath.

Then I helped my mom to prepare stuff for making a merit.

After my mom and I made a merit, I put on my make up.

I took photos with my mom. And She went to school.


I turned on my laptop and said 'thank you' to everyone who
came to give me birthday wish.


*********************************************

วันนี้อากาศค่อนข้างหมองหม่น

ครึ้ม ฟ้าร้องครืนๆ

ธุระที่เคยคิดว่าจะไปวันนี้คงเป็นอันต้องยกเลิกไปทำวันพรุ่งนี้แทน


มาพูดถึงการรอคอยที่ไม่มีวันเป็นจริงดีกว่า

การหวังให้ซาวายามะบอกสุขสันต์วันเกิดเรา

คงเป็นอะไรที่หวังมากไปจริงๆ


เราเองก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับเขาเลย

มีแต่คิดแต่หวังไปคนเดียวว่าสักวัน

เขาจะเห็นความตั้งใจจริงของเรา

เราลืมคิดไปว่าเขาจริงจังกับงานมาก
และยกให้งานเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา
(อาจจะมีอย่างอื่นที่สำคัญ แต่เราก็ไม่อาจรู้ได้
เพราะเฟสบุคของเขาบอกข้อมูลเราได้น้อยเหลือเกิน)

ถ้าวันนี้เขาไม่ HBD เราก็ไม่เป็นไร เขาก็คงเห็นได้จากรูปในเฟส
(ถ้าเขาเปิดหน้าฟีดดูละก็นะ)

เราจะส่งรูปเค้กวันเกิดไปให้เขาดูละกัน

:*) ตอนนี้ก็ยังหวังอยู่
สักวันความรู้สึกแบบนี้มันคงหายไปนะ


วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2556

Dig deep Obihiro

จากวิกิพีเดียเนี่ย

ทำให้เราได้รู้ว่า

1 April เป็นวันที่เมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมือง

ก็พอเดาได้และว่า

วันที่ 1 เมษายนนั้นเป็นวันหยุดของเขา

เขาก็เลยมีเวลาว่างมาตอบข้อความเรา(แบบสั้นๆ)

Mercy! /T^T\


วันศุกร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2556

What's gonna happen on my birthday?

** ก่อนอื่นต้องเท้าความ
ว่าเพื่อนที่เคยร่วมอุดมการณ์ปิ๊งรักหนุ่มไอซ์ฮอกกี้
ก็เริ่มล่าถอยกันไปแล้ว

เลยต้องกลับมาถามตัวเองว่า

"ถึงเวลาของเราหรือยัง?"


"ยังจะดิ้นรนพยายามต่อไปมั้ย?"



อีกสามวันก็จะถึงวันเกิดเราแล้ว
วันเกิดที่ทุกปีมีแต่ความเรียบง่าย
มี"ครอบครัว" :)

ได้อยู่กับคนที่ทำให้เราเกิดมา ก็ทำให้"วันเกิด"กลายเป็น "วันพิเศษ"


เข้าเรื่องเลยละกัน


ชีวิตช่วงนี้รู้สึกว่าจะเอาความรู้สึกไปพัวพันกับผู้ชายคนหนึ่งมากเกินไป

เวลาเราคลั่งอะไร มันจะแบบ "คลั่ง" เลยอ่ะ

คือถ้าเลิก ก็เลิกเลยนะ แล้วก็จะ ลืมไปเลย


เลยคิดว่า หลังวันเกิด ถ้าเขาไม่มาแฮปปี้เบิร์ธเดย์หรืออะไรเลย
ก็จะหยุดทุกอย่างแล้ว

จะมุ่งจะโฟกัสไปที่อ่านหนังสือเพื่อสอบอย่างเดียวเลย
แล้วก็จะหางานพิเศษทำ(อันนี้แค่พูดลอยๆนะ)

แม่บอกว่า ไม่เห็นเป็นไรเลยที่เราจะไม่มีเงินเดือน แม่ไม่เดือนร้อน
ที่ลูกเป็นกาฝาก แม่มีเงิน ไม่เห็นต้องแคร์

คือว่า แม่มั่นมากก เราก็เหมือนโดนสปอยล์
แล้วเริ่มรู้สึกว่า เราเป็นคนเหลาะเเหละ ไม่เอาไหน

แต่ก็อย่างที่บอก เราไม่อยากเดินตามเส้นทาง

"อ่านหนังสือหนักแทบตาย เพื่อที่จะมาเรียนในห้องสี่เหลี่ยม
ตั้งใจเรียนกันแทบตายเพื่อที่จะจบมาแล้วก็ทำงานในห้องสี่เหลี่ยม"

เราไม่ค่อยอยากตามแพทเทิร์นนั้น(ในเวลานี้)
เดี๋ยวเวลานั้นมันก็มาถึงเองแหละ ไม่อยากจะ Rush ตัวเองเพื่อนไปเจอมัน


เอ้าา นอกเรื่องไปใหญ่และ 555


ประเด็นคือ 

ต้องไม่หวั่นไหว ความมั่นใจของเราต้องไม่คลอนแคลน

คือถ้าแรงมากๆ จะลบ Message ทั้งหมดที่เราเคยส่งไปให้เขาเลย

หืมม? บล๊อกเขาด้วยเลยดีมั้ยย ฮ่าๆๆๆ แค่อิกนอร์ก็พอมั้งง


นั่นแหละ ขอให้ทำให้ได้ T^T แม้ว่ายากขนาดไหน

แต่การเปลี่ยนแปลงจะนำมาซึ่งสิ่งที่ดีเสมอ 

วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2556

Analyzing Time: ช่วงเวลาแห่งการวิเคราะห์

From what I carefully observed SWYM-san FB.

สิ่งที่เห็น

- การมาประเทศไทยครั้งนี้
(น่าจะ)เป็นครั้งแรกของเขาในการเป็นกรรมการนอกสถานที่
ซึ่งถือได้ว่าเป็น Big First Step ของเขา
เพราะว่าถ้าเขาได้ไปตปท.มาแล้ว มันน่าจะมีรูปภาพอะไรพวกนี้สิ
แม้เขาเพิ่งเริ่มเล่นเฟสเมื่อปีที่แล้ว และจากข้อมูลในฐานข้อมูลนั้นก็บ่งชัดว่าเมื่อปี
 2009 เขาเป็นทั้งนักกีฬาและเริ่มเป็น Penalty door assistance แล้ว
จากการ Assume มั่วๆ ของเรา เราก็คิดว่าเขาน่าจะเข้าสู่เส้นทางสาย IH ตั้งแต่เด็ก
และค่อยๆ พัฒนาฝีมือ เลื่อนระดับขั้น


- เขาคงเป็นนาโอจังที่น่ารักสำหรับพวกเด็กๆ เป็นแน่ ><'
ดูจากการใช้อีโมติคอนและความกุบใสของเขาแล้วก็นะ...


- ทำไมเขายังโสด??
อันนี้ก็น่าคิดอยู่นะ จากที่พี่ม.บอก น้อยนักที่นักกีฬาชนิดนี้จะเป็นเกย์
งั้นก็ตัดเรื่องเกย์ออก
ถ้าเอาความขี้อายของเขา มาบวกกับความเอาจริงเอาจังของเขาในกีฬาไอซ์ฮอกกี้
ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เขายัง "โสด"

วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2556

Like every day

วันนี้ก็ทำเหมือนกับทุกๆ วัน...*-*
คือส่งข้อความไปหาเขา

สั้นๆ

แค่ว่า Hello Rainy day!

กับรูปที่ถ่ายเอง

ไม่มีข้อความยาวยืดอะไรเป็นพิเศษ
เพราะรู้สึกว่าเมื่อคืนจัดเต็มไปแล้ว 

ถ้าเต็มบ่อยๆ ไปจะดู...'เยอะ'

-**- ที่ส่งไปทุกทีนี่จะดูเยอะอยู่แล้วมั้ย

มันเป็นแบบ นานๆ ส่งที แล้วก็ส่งทียาวๆ ไปเลย

ให้อ่านกันให้ตาเหลือกไปเลย!


ที่ต่อไปจะได้ลุ้นก็คือช่วง Golden Week 
ดูสิว่า เขาจะ Available มาตอบข้อความเราบ้างหรือเปล่า

ช่วงนั้นเป็นช่วงเทศกาลหยุดยาวของญี่ปุ่นด้วยสิ

อันได้แก่

29 เมษายน  วันโชวะ
3 พฤษภาคม     วันที่ระลึกรัฐธรรมนูญ
4 พฤษภาคมวันพฤกชาติ
5 พฤษภาคม วันเด็กแห่งชาติ
มันเหมือนกับ...พูดไม่ถูก
ความรู้สึกมันไม่ค่อยซาบซ่านเหมือนกับอาทิตย์ก่อนหน้านี้

กลายเป็นเฉยๆ ไป แต่ว่าจะไม่ส่งข้อความหามันก็ไม่ได้

ไม่อยากจะขาด connection
เดี๋ยวเขาจะหาว่าสาวไทย ใจไม่สู้


สู้ต่อไป ชะนีไทย อย่าท้อ!!!!



วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2556

(Love is about) To take a risk

"การตัดใจ" บางครั้งมันก็ยากที่จะทำ

โอย..สงสัยเมื่อก่อนว่าคู่อื่น คนอื่นเขาไว้เยอะ

เวลาเขาอกหักและมีปัญหาหัวใจ

พอเจอกับตัวเอง ถึงได้รู้ว่ามันเป็นยังไง


...บางทีคนเราก็ยอมเสี่ยงทำอะไรบ้าๆ...

เพื่อ...อะไรบางอย่าง

ตอนนั้นก็ไม่แน่ใจว่าทำไมถึงส่งข้อความไปหาเขา(ยาวเหยียด)

นั่งพิมพ์ยังกับ Essay แน่ะ ปรับแต่งไปใช้เวลาพอสมควร


คือที่ใจคิดตอนนั้น คืออยากส่งข้อความไปให้เขาอ่าน

คือเห็นเขาออนไลน์บ่อยๆ นะ

แล้ววันนี้เห็นเขาทิ้งช่วงไปสองชั่วโมง

คือก็ไม่ได้คาดหวังกับการอ่านอย่างรวดเร็วขนาดนี้

ส่งไป 15.45 อ่าน 15.50 คือเขา Active ล่าสุดเมื่อ 2 ชม.ก่อนไง

ไม่ควร expect อะไรแล้วป้ะ 5555

Jap Style อ้ะ ถ้าจะคบกันก็ต้องทำใจ แล้วเขาก็บ้างานมากด้วย

โอยยย จะดีใจหรือยังไงดี

ในใจก็แอบหวังว่าเขาอาจจะรอข้อความเรา (พรากกแน่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ)


เป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้หญิงนี่มันช่างคิดเยอะ ซับซ้อนจริงๆ

คิดอะไรไปเองตลอด

คิดแม้กระทั่งว่าเขามีคนที่เขาชอบอยู่แล้วที่ญี่ปุ่น(ไม่แปลกป้ะ) 

หน้าตาเขาก็ไม่ได้ดูแย่ หุ่นก็ดี อาชีพก็ดูดี

โอยยย วันนี้ชั้นเสียมารยาทไปหรือเปล่านะเรื่องอาชีพเขา

ว่าเขาเป็น Linesman อาชีพ อ๊ากกกก... คงไม่มั้ง -..-'


นั่นไง... อาการของคนเพ้อเจ้อ คิดไปเองเริ่มออก

ตลกดี

นี่สินะหัวใจคน เวลามีใครสักคนเข้ามาจับจองพื้นที่ในหัวใจ

ทั้งๆ ที่คนนั้นไม่เคยมีความคิดที่จะเอาเราไปวางในหัวใจของเขาบ้างเลย



ถ้าเขาได้ไปทั่วญี่ปุ่นอย่างนี้ คงไม่แปลกอ่ะ ถ้าเขาจะมีคนมาจีบบ้างอะไรบ้าง

ยิ่งถ้า..เขาได้ไปตปท. บ่อยๆ มั่นใจเลยว่าเขาต้องมีคนจีบ(หรือไปจีบเขา)(?) เยอะแน่ๆ


นั่นไง เพ้อเจ้อระลอกสองงงง

สิ่งมีชีวิตที่คิดไปเอง=ชั้นเอง



วันศุกร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2556

Back off

ได้เวลาต้องถอย

ถอยกลับมาอยู่ในที่ที่เราเป็นตัวของตัวเอง

ไม่ใช่คนที่คอยเอาแต่วิ่งไล่ตามเขา

มันเหนื่อย..มันท้อ...



พิ่งเข้าใจความหมายของคำว่า IMPOSSIBLE ขึ้นใจก็วันนี้แหละ

ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวอะไรเลยแม้แต่น้อย

ที่เขาตอบมาก็แค่ตามมารยาทเท่านั้น

ถ้าเขาอยากคุยกับเราจริงๆ แม้จะยุ่งแค่ไหน ก็ต้องกดตอบ จริงมั้ย?

เราเพ้อฝันมากไปเอง

ต่อไปก็จะไม่ส่งข้อความไปกวนใจเขาแล้วล่ะ

ได้แต่เป็นเพื่อนต่างชาติที่ดีต่อกัน :)

แบบนั้นมันน่าจะเวิร์คกว่าความสัมพันธ์ที่ใจเราต้องการ


OK!

LIFE SHOULD GOES ON!


รักข้างเดียว: ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น นั้นมันจริงหรือ?

One-side Love



It's  about ten days from the day that I started to make a conversation with Mr.SWYM.

He told me that he's busy and unable to send me a msg.

I can see that he's always 'Active Now' in messenger app, how weird!

I keep sending him my stupid daily activities.

Even my picture! T T  so embarrassing!

He instantly read. What an awkward situation for ME!!

READ BUT NOT REPLY!

I can't help myself from thinking that he might reply to everyone except me.

Because he's bothered by me. Or he has 'someone' in his heart.

Someone who lives close to him, someone who lives in Japan, 
someone who speaks the same language with him, someone ... who's not me.

I think...with a different language and culture

My dream will never come true.

I can't do this alone.

But I can't hope for more.



Another thing...in the positive way

He might too busyyyyyy. Japanese Style >> extremely concentrate with their works.

There's a little tiny glimpse of hope for me.




OK! Let's get this straight!

I completely know nothing about him.

Every single day, I spend my time guessing, thinking, searching about his actual life.

His life that I couldn't touch or see.

He will never disclose for me. Of course! It's Jap Style. Cold as fish.

STOP! Don't wanna blame him.

I have to blame myself! Why did I have to fall for this creepy guy.(Makes Me too creepy)

He makes me dizzy. I cannot focus on my study.

Hope that he'll send me a short cheer up msg. But there's none.

Nothing from him!

Should I start to give up now?

Why is my heart always filled with hope?

Sometimes I think that I don't try hard enough.


From now on, I will make a conversation with him everyday.

Make him get used to this.

Someday ... when I disappear ... he might realize

there's something...someone missing

I wish I could make a hallow in that damn cold heart once.

That challenges me enough!


:)

A Man Can Hope

xxx

Today I still like you... Mr.Sawayama

05.04.2013



วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2556

My Lawson Journey

ประสบการณ์จากห่านไทยตัวเล็กๆ คนหนึ่ง

อาจจะไม่ถึงขั้นได้ถ่ายรูปคู่กับทุกคนมากมายก่ายกอง แต่ก็เป็นอะไรที่ประทับในความรู้สึกมากๆ

เรื่องราวเริ่มต้นวันที่

31 March 2013

ได้รับข่าวจากเพื่อนว่าหนุ่มๆ จะมาถึงประเทศไทย
เราเองก็อยากไปรับที่สนามบิน ไปแบบไม่คิดอะไร

โอเค เราก็ไปรับที่สนามบิน เจอดราม่าหลากหลายขนาด
เพราะตัวแอดมินลอวสันเองก็ไม่ได้ปรากฎตัว นู่นนี่นั่น

ก็ไปรอที่เกทสิบชั้นสอง

ได้มายืนตรงรั้วกั้นเลย พี่การ์ดเองก็บอกว่าเดี๋ยวจะให้ศลป.มาหา

และแล้ว เวลาแห่งการรอคอยก็มาถึง

หนุ่มๆ เดินตรงเข้ามา วินาทีนั้น SUCH A CHAOS!

คือเราเองก็ทำอะไรไม่ถูก ในหัวมันเบลอไปหมด ตรงหน้าคือ Adam เข้ามา

จับมือเรา เราแบบ โอ๊ยยย ใกล้มาก ชิดมาก

รูปเริปอะไรก็ไม่ได้ถ่ายสักเท่าไร ส่วนใหญ่อยู่ในไอโฟนเพื่อน

แต่ก็คือ...ฟิน...



01 April 2013

วันนี้เราก็ไม่ได้รีบอะไรมากมาย (แต่อดไปดูเขาซ้อม)

อากาศร้อน คนเยอะ แดดจ้ามาก ห่านทุกคนเข้มแข็งมากเพื่อที่จะได้เจอหนุ่มๆ ที่เรารัก

ก็ไปรอกันตั้งแต่เช้าก็มี

เราเองก็เรื่อยๆ สบายๆ ถือว่าโชคดีมาก ที่ได้เข้าไปอยู่ในหลุมหน้าเวที(ด้านขวา)

คอนเสิร์ตสนุกและประทับใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

Very impressive touched overwhelming

มีความสุขที่ได้เห็นใกล้ๆ และเก็บภาพความประทับใจเหล่านั้นไว้

เมื่อถึงเวลาแจกลายเซ็น

ในใจเราก็คิดแต่ว่าจะทำอะไรให้พวกเขาประทับใจดี

ความคิดสดๆ ร้อนๆ คือ ร้องเพลง "You'll never know''

เอาวะ! เอาไงเอากัน!

ก็ขึ้นไป จะเจอ ไรอัน อดัม โจเอล และแอนดี้ เรียงตามลำดับ

คือเราตั้งใจจะให้พวงกุญเเจช้างน้อยกับอดัมอยู่แล้ว เพราะรู้สึกประทับใจในตัวเขามากๆ

วางปกอัลบั้มให้ไรอันเซ็น บอกว่า Thank you ไรอันถึงกับเงยหน้าขึ้นมามองกับคำว่า Thank you?
พร้อมกับสีหน้างงงวย เต็มไปด้วยคำถาม ว่าเมิงพูดแค่แต้งกิ้วจริงดิ

แล้วพอมาถึงอดัมที่เราใฝ่ฝัน เราก็บรรเลง

"You'll never know that I love, You'll never know that I trust in you in every way''

Gosh!! How dare I!

อดัมยิ้ม พิมพ์ใจ รับของ เซ็นให้พร้อมยื่นมือมาให้เรา

พี่การ์ดไทยก็เอาเลย "ห้ามจับมือครับ!''

รู้สึกเหมือนโดนดึงจากฝัน คือเราก็แบบพูดว่า "What! He touches me!''

แล้วคือโจเอลยื่นมือมารอคืออะไร ทั้งๆ ที่ปกอัลบั้มยังไม่ถึงเขา

เราก็จับมือโจเอล TT TT แล้วเขาก็เซ็น

คือทุกคนได้ยินเราร้องเพลงหมดอ้ะ ดีใจมากจุดนั้น

รู้สึกได้ว่าแอนดี้นั่งรอและเตรียมจะจับมือเรา แต่พี่การ์ดร่างยักษ์สักเต็มตัวหัวโต๊ะ

said 'NO'

อดค่ะอด! ตอนแอนดี้เซ็นเสร็จได้แต่พูดว่า Thank you Andy, See you. และเดินจากไปแบบชะนีมีความสุข

คือมันสุขตรงที่ เออ เราได้ร้องเพลงต่อหน้าเขานะ เรามั่นใจเสียงเราอ่ะ ว่าเออ พอฟังได้

:) และได้ทำให้พวกเขายิ้มและประทับใจ โจเอลยื่นมือมาให้จับ..

พอเสร็จตรงนี้เรียบร้อย เพื่อนโทรชวนให้ไปที่โรงแรม (เลยต้องทิ้งเพื่อนอีกคนที่ยังรอลายเซ็นอยู่ไว้)

เราก็ เอาวะ! ไหนๆ ก็ไหนๆ มาถึงขนาดนี้แล้ว

ก็รู้ละว่าโรงแรมหรูระเบิดเถิดเทิง เราก็เนียนจ้า กลายเป็นคนต่างชาติไปเลย

คิดแล้วก็ฮาตัวเอง ถาม Security ภาษาอังกฤษ สวยค่าสวย

แล้วก็เข้าไปนั่งใน Lounge โดนพนง.มาไล่ให้ไปนั่งที่อื่นด้วยความสุภาพ

ก็โอเค ตีภาษาอังกฤษใส่ไปว่ารอเพื่อนค่า

ก็นั่งรอกับพี่อ.น้องต.กับเพื่อนฟ. สวยๆ นั่งกับกลุ่มน้องฟค.ที่ใส่ชุดนร.

โอเค เราว่าพนง.คงรู้แล้วล่ะว่าเราปลอมตัวมา 555

แต่เราก็ Keep Calm และนั่งรอ จนกระทั่งหนุ่มๆ มา เราก็ไม่อาจเอื้อมอ้ะ

เป็นที่พักส่วนตัว ก็ไม่มีใครได้เข้าใกล้เลย การ์ดกันหมด

พวกหนุ่มๆ ขึ้นห้องปั๊บ ความฝันสลาย

เด็กๆ แยกย้ายกันกลับ มีพวกผู้ใหญ่อย่างเรานั่งกันต่อไป

เอ๊ะ O_o ตรงทางเข้าคือแอรอนกับเพื่อนของเขา(เราทักแอรอนก่อนขึ้นไปแฟนไซน์ด้วย ฮ่าๆๆ เขายิ้มให้ด้วย)

โอเค พอทุกคนพร้อมใจกันลุกออกไปที่ทางเข้า

เราก็ทัก Hello Aaron! เขาก็ยิ้มกลับมา เราก็ถามว่าถ่ายรูปด้วยได้มั้ย

โอเค ก็ได้ถ่ายกันไป

หลังจากนั้นคือ ชวนเขาคุย!

บลาๆๆ แนะนำตัว แสดงตัว ช่างเป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆ คือได้คุยกับผจก.ของหนุ่มๆอ่ะ

เข้าใจฟีลลิ่งป้ะ? คือฟินอ่ะ คุยกันเรื่องนู่นนี่นั่น คอนเสิร์ต จนพี่ยูนิเดินมาถาม

"รู้จักเขาหรอ" ไม่รู้จักมั้งพี่ ยืนคุยกันขนาดนี้

ก็ดีมากเลย ถือว่าได้อะไรเยอะ ได้ใกล้ชิดกับศลป.มากขึ้น

จบวันนี้ด้วยคำว่า "กระทบไหล่เบื้องหลังดังกว่า" คืออะไร?? 555



02 April 2013

นัดวันนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก ไมค์กี้ คนดูเเลหนุ่มๆ เป็นคนบอกให้มาตอนเที่ยงที่โรงแรมเอง

เราก็มาสิคะ ตามคำเชิญ

มากับเพื่อนฟ. น้องต. สามหน่อค่า

มานั่งสวยๆ ตรงโซฟาลอบบี้เหมือนเดิม โดยอยู่ในสายตาของพี่ยูนิฯ
และยิ่งไปกว่านั้นพี่การ์ด!

เราก็สงบเสงี่ยม สาบานว่าจะเป็นคนเรียบร้อยค่ะพี่

หนุ่มๆ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ริมสระน้ำ! เปลือยครึ่งท่อน!!

ชาตินี้ไม่ขออะไรอีกแล้ว

เห็นกับตาตัวเอง เป็นอะไรที่ฟินมาก นั่งมองบ้างไม่มองบ้าง

หนุ่มๆ กินซูชิ กินน้ำ ถอดเสื้อ ใส่เสื้อ(คือจะเดินเข้าไปในตัวร้านอาหาร พวกนางก็ต้องดูเรียบร้อย)

โอเค ถือว่าฟินมาก เพราะมีแต่เราที่ได้เห็น นั่ง Observe กันไปเรื่อยๆ

พี่การ์ดก็บอกว่า มองให้เต็มตา แต่อย่าถ่ายรูป

โอเคค่าา เราก็นั่งมองไป นั่งรอไป (หิวด้วยนะ)  ได้เห็นอะไรดีๆ เย้ออะะ

เยอะเกินกว่าที่ห่านควรจะได้รับด้วยซ้ำ


หนุ่มๆ มีตารางติดต่อกันค่อนข้างหลายรายการ

เริ่มที่สัมภาษณ์ของเดลินิวส์ก่อน และต่อมาคือของรายการอะไรสักอย่างที่หนุ่มๆ ทำต้มยำกุ้งอ้ะ

แล้วพอเสร็จ หนุ่มๆ ก็เดินมาที่ล็อบบี้ คือพี่ทีมงานและพี่การ์ด(ทั้งของโรงแรมเอย ของบริษัทเอย) ก็ตั้งการ์ดไว้แล้ว

ว่าเรา อย่า.ได้.ริ.อ่าน.เข้า.ไป.ยุ่ง

เราเขียนบนมือไว้ว่า pls แล้วก็โบกให้เขา

แอนดี้เห็นและหันมาไหว้แล้วพูดว่า "สวัสดีครับ" คือวินาทีนั้นฟินมากก

ทุกคนเห็นหมด โบกมือให้เราหมด น้องต.ผู้ไม่สามารถหักห้ามตัวเองได้พุ่งตัวออกไป

แต่ไม่มาก โอเค เราก็ไม่ได้ล่วงล้ำอะไร

แต่!!!!!!!!!!!!!!!!!!

Our dream เสือก comes true

พวกเขากำลัง settling down จะสัมภาษณ์อะไรบางอย่างตรงโซฟาล๊อบบี้

โจเอลปลีกตัวมา.. มองพวกเรา..และเดินตรงเข้ามา

พระเจ้า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

'Hi guys!'

วินาทีนั้นเหมือนโลกทั้งใบจะหมุนวนไปหมด โจเอล โจเอลเนี่ยนะ!!

เขาเดินมาคุยด้วย เมื่อคืนสนุกมั้ย อะไรงี้ คุยกันเกือบนาทีอยู่นะ

ก็ขอถ่ายรูปคู่ด้วย (ได้ทั้งสามสาว)

นอกจากนั้นยังขอกอด! (ได้ทั้งสามสาวเหมือนกัน)

ตัวโจเอลหอมมาก คือแน่นมาก สูงมาก หอมมาก

โอยยย...  ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวจะฟิน และโจเอลก็เดินกลับไป เราก็ขอบคุณเขา


เนื่องจากเราไปตระเวนหาซื้อโปสการ์ด เลยไม่ได้ไปดูที่แชนแนลวี

พอพลาดจากตรงนี้ เขียนโปสการ์ดเสร็จ ก็มานั่งจ่อมกันตรงถนนชั้นล่างทางเชื่อมระหว่างสยามเซ็น
กับพารากอน

เห็นรถศลป.ไป ก็ฮึบ เอาวะ ต้องให้แอรอนให้ได้!

ไปถึง Reception และขอให้พี่เขาฝากไปให้ (เด๋อมากอ่ะ นี่พูดเลย)

แต่ก็ดีใจ และคิดว่าน่าจะไปถึงเขา เพราะเป็นบริการของโรงแรม

ระดับ 6 ดาว นะคะคุณขา!! Siam Kempinski Hotel

แล้วเราก็ได้แต่ภาวนาให้ถึงมือพวกเขา


03 April 2013

ตัวข้าขอเดินทางกลับบ้านค่ะ เหนื่อยเกินจะตาม และพรุ่งนี้ก็มีนัดดูหนังกับเพื่อนด้วย

เพื่อนก็ไปตามต่อจนถึงที่สุด ก็ได้ฟินสมใจ ได้จับมือกับแอนดี้ เริ่ดๆ

และได้คุยกับแอรอน และถามว่าได้โปสการ์ดหรือยัง

แอรอนบอกว่า ได้แล้ว

เย้!

Mission Complete!!!!

TT TT


...

I love you LAWSON!

You guys are AMAZING! INCREDIBLE! FRIENDLY!

I WON'T regret for loving you this much.

I will keep supporting you for sure!

You make me in an Ecstasy!