วันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2560

Precious moment

วันนี้ว่างคาบ 5 เลยนั่งทำงานอยู่บนห้องพักครู
บี๋ก็มีสอนว่ายน้ำป.5 แต่ไม่ได้ลงสระ
นร.เล่นกีฬากันกลางสนาม
ทีนี้เราก็ลงไปห้องพักครูชั้น 1 ตอนก่อนคาบ 6 ประมาณ 15 นาที
ไปนั่งปั๊มบันทึกหลังสอนให้บี๋
นั่งฟ้งบี๋คุยกับเด็กนร.
สนุกสนาน

ทีนี้พอเลิกเรียน บี๋ก็ปล่อยป.5 ขึ้นมา
ยูมันเห็นเรานั่งอยู่เลยหันหลังกลับลงบันไดไป

แล้วก็ไม่คิดว่าบี๋จะรีบเดินขึ้นมาหาที่ห้องพักครู
ยูต้องลงไปบอกแน่ๆ
แล้วก็ถามว่า ทำไมไม่บอกว่าอยู่ที่นี่
สีหน้าบี๋ตอนที่ขึ้นมาจากบันไดเป็นอะไรที่ประทับใจมาก เหมือนอยากเจอเรา คิดถึงเรา ไม่คิดว่าเราจะมาห้องพักครูเขา

เป็นเรื่องประทับใจ

วันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560

I miss single life.

คิดถึงชีวิตตอนโสด
ไม่เห็นต้องมาแคร์อะไรใครมากมายขนาดนี้

วันศุกร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2560

Loving can hurt sometimes

ตอนแรกๆ รักกันมันก็ดี
เหมือนจะอยากอยู่ใกล้ๆ อยากให้ไปหา
อยากเห็นหน้า อยากให้เราอยู่ในสายตาตลอดเวลา

แต่มาตอนนี้ ความรู้สึกนั้นมันเริ่มจืดจาง
มันทำให้รู้สึกเหมือนว่า
.. ไม่เจอกันก็ไม่เป็นไร ..

ถึงลงไปหา ก็เฉยๆ
จนบางครั้งก็ไม่อยากจะอยู่ด้วย

ไม่ชอบการกระทำ เฉยชา
ชวนคุยก็เหมือนไม่อยากคุย
ถามอะไรก็เหมือนไม่อยากตอบ
เหมือนรำคาญเรา

มันบั่นทอนมาก

วันนี้คือน้ำตาจะไหล คือต้องเก็บความรู้สึก
ว่าเราไม่พอใจเอาไว้..

ได้แต่ยิ้ม ทำงานของเราไปเงียบๆ
แล้วเบี่ยงเบนไปเรื่องอื่น

การจะรักไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะราบรื่น
ดีไปซะหมดทุกอย่าง

มันก็ต้องมีความเจ็บปวด ความทุกข์
ความไม่เข้าใจกันเป็นบางครั้ง

คนที่เป็นฝ่ายยอมเสมอ
ยอมที่จะเข้าหาก่อนทุกครั้ง ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน
ยอมง้อก่อนไม่ว่าจะผิดหรือไม่...อย่างเรา

ก็ต้องดูกันไป ว่าเราสองคน ใครจะเป็นคนปรับตัวเข้าหาใครมากกว่า

เราจะเข้ากันได้มั้ย
ในอนาคตจะอยู่ด้วยกันได้มั้ย
ถ้าเรายังทำแบบนี้ ยังเป็นกันแบบนี้

วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2556

คุณครูประถมศึกษา

สวัสดีค่ะ

ตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่าอัพกันเป็นแบบ Weekly กันเลยทีเดียว
เพราะว่าวันธรรมดานี่แทบจะกระอักเลือด
เปิดคอมฯเล่นได้วันไหนนี่ต้องอึดมาก

อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ได้ลงเต็มตัวแทนคุณครูที่ลาออกไปกะทันหัน
สอนวิชา สุขศึกษา 1-6 สังคม 1-4 
จะบ้าตาย

เพราะเราเองก็เรียกได้ว่า สองวิชานี้เรามีความรู้ไม่แน่น
ประกอบกับเด็กๆ ซึ่ง...-,,- $%@_(%_^*+&)!(

ยากที่จะจัดการมาก เมื่อเด็กมารวมตัวกันหลายๆ คน
ต่างคนต่างพื้นฐานต่างระดับความรู้
แต่ทุกคนต้องเรียนรู้ในสิ่งเดียวกัน
การได้รับความรู้ของทุกคนก็แตกต่างกัน

ด้วยความที่เราเป็นครูที่ดี (?) เราก็อยากได้เด็กทุกคนได้พอๆกัน
เคี่ยวเข็ญ ตบตี ฟาด(ฝีปาก)ฟัน กับเด็กๆ
ถูๆไถๆ สำหรับการเป็น Substitute Teacher >_______<'

เราก็ทำเต็มที่ของเรานะคะ ถือว่าเต็มที่แล้ว

วกมาเรื่องหัวใจบ้างดีกว่า
ฮ่าๆๆ

จะไม่พูดก็ไม่ได้ เพราะบล๊อกนี้เป็นที่ปลดปล่อยเรื่องราวส่วนตัว
(โดยเฉพาะเรื่องหัวใจของ จขบ.)

เรื่องหนุ่มยุ่น เราก็คิดถึงเขาบ่อยๆ นะ มันแวบเข้ามาในสมอง
ตอนที่เราว่างๆ ตลอด
ทำไมเราต้องชอบเขาด้วยนะ ไอ้ชอบนี่มันก็ชอบ
สงสัยว่าจะเป็นซาดิสม์ ชอบคนที่ไม่ชอบเรา
มันเจ็บปวดดีอะไรอย่างนี้ 555 ชอบจินตนาการอะไรแปลกๆ
ระหว่างเรากับเขา 
เหมือนกับว่ามีความหวัง

เปลี่ยนเรื่อง
ไปสอนเด็กประถม
เราก็ปลื้มเด็กประถม
><' 
คือเด็กมันก็หน้าตาดีอยู่แล้วนะ(ดีที่สุดในชั้นป.6เลยล่ะ) 
ความคล้ำของเขาไม่ใช่ปัญหาเลย
แต่ปัญหาก็คือ สายตากับรอยยิ้มของเขามันน่ารักมาก
แม้..= =' ไอคิวจะ... คือเขาอ่านหนังสือไม่ค่อยออก
เรียนไม่ค่อยจะเก่งอ้ะ ว่าอย่างนั้นเลยดีกว่า

ตอนแรกเราก็จะไม่อะไรนะ แต่!
ไอ้เด็กนี่มันน่ารักอ้ะ เราก็ชอบแอบมองมัน มองไปทีไรก็เห็นว่ามันมองมาที่เราประจำ
(คิดไปเองอีกแล้วป้ะผญคนนี้)

เด็กป.6นะเฟ้ยย นี่ัมันพรากผู้เยาว์แบบโต้งๆ เลย!

เวลาเราทำอะไรเขาก็ชอบเข้ามาถาม
เวลาเราดูแลเด็กๆอยู่ก็เข้ามาช่วยดูแล(แม่นี่สอนเด็กป.6ดีจริงๆเลย)
>////////////< ชอบถามนู่นนี่นั่น
นูน่าเขินนะเว้ยย

โดยเฉพาะเมื่อวันพฤหัส ชั้นกำลังเต้น "กำมือขึ้นแล้วหมุนๆ ..."
พวกนี้ก็เข้ามาเก็บอุปกรณ์ดนตรีพอดี

น้องมองชั้นเต้นแล้วก็ขำ...คืออะไรรรรรรร!!
555 ชั้นก็เขินสิแกร๊ อย่าทำเง้

แกปลื้มชั้นแบบนูน่า ชั้นก็โอเคแล้ว 55 ชั้นก้ปลื้มแกแบบทงแซง

:)
มันเป็นความรู้สึกที่ดีนะ เวลามีใครมาปลื้มเรา

คลาสซาวด์แลบที่เรียนด้วยกันครั้งแรก ชั้นเคยทำอะไรมันหรือเปล่านะ
555

หรืออาจจะเป็นคลาสสุขศึกษาที่ชั้นจับแก้มมัน
แล้วบอกว่า"น่าร้อกอ้ะ"

ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรกับมันเลยยย ! 

ความผิดของนูน่าเองที่ทำอะไรไม่คิดให้รอบคอบ ฮืออ

ถ้าทำให้น้องคิดเกินเลย พี่ก็ขอโทษนะ(ไปกันใหญ่แล้ว)

นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตชุ่มช้ำในวันอันแห้งเหี่ยว Being Substitute Teacher
: ถ้าเราเลิกมาช่วยแม่แบบประจำแล้ว
นี่ก็จะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ หนึ่งความทรงจำดีๆในชีวิตเราแน่นอน

^_________________________^

Let's Smile for this Life


วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

This is how you remind me

สวัสดีค่ะคุณบล๊อก
เราไม่ได้เจอะเจอกันเสียนานนะคะ

เอ้า ชั้นขอเริ่มอธิบายก่อนว่าทำไมชั้นถึงหายไปนาน
นับแต่หนุ่มคาจิกิสถานมาคุยเราก็ไม่ได้อัพอีกเลย 
ด้วยหน้าที่การงานภาระหลายๆ อย่าง บลาบลาบลา
เบลอเบลอเบลอ
แล้วเราก็เลิกล้มความตั้งใจที่จะจีบซวยม.ตั้งแต่นั้นมา
การเข้าเฟสมันเหมือนอะไรที่สะกิดแผลใจอ่ะ 
เลยพยายามไม่เข้า

เมื่อวานมันมีสิ่งที่กระแทกใจเราอย่างแรง
คือ... เราเข้าใจความรู้สึกซวยม.และละ

นานละ...ที่หนุ่มอาหรับนั่นทักมาหาเราว่า เออ สบายดีไม๊
เราอ่านแต่เราไม่ตอบและปิดข้อความทิ้งไป

แล้วเราก็ไม่ใส่ใจที่จะตอบเขาเลย

ผ่านมานานเป็นอาทิตย์ เราเพิ่งได้รู้สึก...

เขาก็คงเป็นเหมือนกันใช่มั้ย รู้สึกแบบนี้
รู้สึกไม่ใช่ รู้สึกไม่อยากคุย ไม่อยากตอบ(พลัสญี่ปุ่นสไตล์
ชีวิตกูจบค่ะ เลิกหวังได้เลย)

แต่เรามีเหตุผลที่เราไม่ชอบเขานะ คนอาหรับอ่ะ
คือเขาสไตล์เด็กและไม่สุภาพเกินไป
มันขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืด 
ไม่อยากให้ความหวังจนเขารู้สึกเกินเลย
ถ้าจะตัดก็ต้องไม่เริ่มตั้งแต่แรกเลยดีกว่า

คือตอนนี้ก็ยอมรับว่ายังตัดใจไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็น
คือเราเป็นสาวช่างฝันไง
แล้วก็เป็นครั้งแรกที่เริ่มทำอะไรจริงจังแบบนี้(หรอ?)
ตอนม.ต้นก็เคยทำนะ ฮ่าๆๆๆๆ โทรไปจีบผช.ต่างห้องที่เราชอบทุกวัน
ไม่รู้ว่าเลิกโทรได้ไง คิดไปก็ตลก
ม.ปลายก็มีโทรจีบคนนึงเพื่อนในห้อง
แต่อันนั้นเลิกเร็วหน่อย เพราะมันเองก็ชัดเจนว่าไม่ชอบเรา

ผู้ชายคงกลัวเราไปซะหมด เพราะเราชอบเป็นฝ่ายรุก
เวลามีใครมารุกเรา เราไม่ชอบ และจะถอยห่างเลย
ประสาทจริงๆ ชั้นอ้อล้อได้ไม่นานอ่ะ ก็ต้องเลิกไป
 เพราะไม่เจอคนที่"ใช่" สักที

ทุกวันนี้ยังแอบหวังลึกๆ ในใจว่าสักวันเราคงได้เจอกันอีกครั้ง
ถึงตอนนั้นความรู้สึกของชั้นก็คงเปลี่ยนไปหมดแล้ว

ถ้าเขามีโอกาสเขาต้องมาไทยอีกแน่ๆ
แต่เราคงไม่รู้(ปิดอัพเดทหน้าฟีดไปแล้ว)
แล้วเขาก็คงไม่เสียเวลาบอกเราด้วย

ขอให้เราตัดใจได้เร็วๆเถอะ
เลิกอายเมืื่อคิดถึงปย. お元気ですか? เสียที