วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

This is how you remind me

สวัสดีค่ะคุณบล๊อก
เราไม่ได้เจอะเจอกันเสียนานนะคะ

เอ้า ชั้นขอเริ่มอธิบายก่อนว่าทำไมชั้นถึงหายไปนาน
นับแต่หนุ่มคาจิกิสถานมาคุยเราก็ไม่ได้อัพอีกเลย 
ด้วยหน้าที่การงานภาระหลายๆ อย่าง บลาบลาบลา
เบลอเบลอเบลอ
แล้วเราก็เลิกล้มความตั้งใจที่จะจีบซวยม.ตั้งแต่นั้นมา
การเข้าเฟสมันเหมือนอะไรที่สะกิดแผลใจอ่ะ 
เลยพยายามไม่เข้า

เมื่อวานมันมีสิ่งที่กระแทกใจเราอย่างแรง
คือ... เราเข้าใจความรู้สึกซวยม.และละ

นานละ...ที่หนุ่มอาหรับนั่นทักมาหาเราว่า เออ สบายดีไม๊
เราอ่านแต่เราไม่ตอบและปิดข้อความทิ้งไป

แล้วเราก็ไม่ใส่ใจที่จะตอบเขาเลย

ผ่านมานานเป็นอาทิตย์ เราเพิ่งได้รู้สึก...

เขาก็คงเป็นเหมือนกันใช่มั้ย รู้สึกแบบนี้
รู้สึกไม่ใช่ รู้สึกไม่อยากคุย ไม่อยากตอบ(พลัสญี่ปุ่นสไตล์
ชีวิตกูจบค่ะ เลิกหวังได้เลย)

แต่เรามีเหตุผลที่เราไม่ชอบเขานะ คนอาหรับอ่ะ
คือเขาสไตล์เด็กและไม่สุภาพเกินไป
มันขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืด 
ไม่อยากให้ความหวังจนเขารู้สึกเกินเลย
ถ้าจะตัดก็ต้องไม่เริ่มตั้งแต่แรกเลยดีกว่า

คือตอนนี้ก็ยอมรับว่ายังตัดใจไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็น
คือเราเป็นสาวช่างฝันไง
แล้วก็เป็นครั้งแรกที่เริ่มทำอะไรจริงจังแบบนี้(หรอ?)
ตอนม.ต้นก็เคยทำนะ ฮ่าๆๆๆๆ โทรไปจีบผช.ต่างห้องที่เราชอบทุกวัน
ไม่รู้ว่าเลิกโทรได้ไง คิดไปก็ตลก
ม.ปลายก็มีโทรจีบคนนึงเพื่อนในห้อง
แต่อันนั้นเลิกเร็วหน่อย เพราะมันเองก็ชัดเจนว่าไม่ชอบเรา

ผู้ชายคงกลัวเราไปซะหมด เพราะเราชอบเป็นฝ่ายรุก
เวลามีใครมารุกเรา เราไม่ชอบ และจะถอยห่างเลย
ประสาทจริงๆ ชั้นอ้อล้อได้ไม่นานอ่ะ ก็ต้องเลิกไป
 เพราะไม่เจอคนที่"ใช่" สักที

ทุกวันนี้ยังแอบหวังลึกๆ ในใจว่าสักวันเราคงได้เจอกันอีกครั้ง
ถึงตอนนั้นความรู้สึกของชั้นก็คงเปลี่ยนไปหมดแล้ว

ถ้าเขามีโอกาสเขาต้องมาไทยอีกแน่ๆ
แต่เราคงไม่รู้(ปิดอัพเดทหน้าฟีดไปแล้ว)
แล้วเขาก็คงไม่เสียเวลาบอกเราด้วย

ขอให้เราตัดใจได้เร็วๆเถอะ
เลิกอายเมืื่อคิดถึงปย. お元気ですか? เสียที


วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

This is where the story ends. And it is also a good start.

วันนี้เจอเรื่องราวหลายอย่าง
โดนแคนเซิลคลาสเพราะมาดามไม่สบาย
แต่งหน้าอยู่บ้าน 
ออนไลน์อินเทอพาลไว้แล้วมีหนุ่มมาจีบ
เล่นสไกป์กับหนุ่ม
อาโทรมาบอกว่าฝากงานให้ได้
แม่กลับมาบ้านบอกว่าจะส่งเราไปเรียนแวนคูเวอร์

โฮะ! หลายเรื่องจริงๆ นะให้ตายเถอะ

แล้วอีกอย่างที่เกิดขึ้นก็คือ...

เราส่งข้อความไปหาซาวายามะ

My Last Message for him

(พอฟังแล้วปวดใจจี๊ดๆเลยนะ)

เราส่งไปถามว่า お元気ですか?

จากที่เคยนั่ง Compose ไว้ยาวเป็นหน้ากระดาษ
แต่พอมันมาถึงจุดๆ นึง

คือต้องการพิสูจน์ให้รู้ดำรู้แดงไปเลย
ก็คือข้อความนี้และ แสดงถึงความห่วงใยและเป็นประโยคคำถามไปในตัว

ถึงเขาจะยุ่งจริงๆ แต่แค่ตอบมาว่า 元気です。มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องเหนือบ่ากว่าแรง
แต่เพราะเขาไม่อยากทอดสะพานให้เราจริงๆ
เขาถึงไม่ได้ตอบมา(ขอโทษเพื่อนๆที่บอกว่าให้เราหวังต่อนะ เกินจะหวังแล้ว)
เขาก็ดีเหมือนกันนะ ไม่ตอบก็คือไม่ตอบ
แกร่งกล้าดุจหินผาจริงๆ

:) เหมือนที่น้องแพรวเคยบอกไว้
ว่าเราไปกับเขาไม่รอดเพราะมีฝรั่งมากั้นกลาง
แต่ฝรั่งไม่ได้มากั้นแบบนั้นหรอกนะ ถูกจีบก็จริง
แต่เหมือนเขามาเคาะกระโหลกของเราแรงๆ ว่า
เฮ้ ผู้ชายน่ะไม่ได้เป็นอย่างนั้นทุกคนนะ คนที่ชอบยูก็ยังมีอยู่
ยูควรมั่นใจในตัวเองนะ
อะไรประมาณนี้ มันทำให้เราเห็นคุณค่าของตัวเองมากขึ้น
ไม่ใช่ว่าไปจมปลักอยู่กับคนๆเดียวที่ไม่เคยใส่ใจเราเลย
ถึงแม้เขาจะมีเหตุผลของเขา(ที่ค่อนข้างจะเข้าใจยากเสียหน่อย)ก็ตาม

วันนี้จะขอประกาศกร้าว
Official announcement that I'm ready to move on!!

^________________________^

ชีวิตคนเรามันมีอะไรตั้งมากมายต้องเจออีกในวันข้างหน้า

ต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติ เรียกความเป็นตัวของตัวเองกลับคืนมา
ไม่เอาความรู้สึกหัวใจเป็นที่ตั้ง
เพราะทำให้เกิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง

ลาก่อนตัวชั้นในวันวาน
2013 IIHF CCOA จะกลายเป็นแค่อดีตที่สวยงามน่าจดจำ


WISH ME LUCK WITH MY BETTER TOMORROW

วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Lack of possibility

ตามชื่อหัวข้อเลย

จนกระทั่งวันนี้(ผ่านไปแล้ว 9 วัน ที่ไม่ได้ส่งข้อความไปหา 'เขา')

มันทำให้เราคิดอะไรได้หลายๆ อย่าง

ไม่ใช่เพียงแค่

 "ชอบเขามาก" "อยากได้เขามาเป็นแฟน"
"รักข้ามแดนมันมีอยู่จริง" "ระยะทางไม่ใช่ปัญหา"
"คิดว่ารักครั้งนี้จะเป็นไปได้" "เขาต้องมีใจให้ชั้นบ้างล่ะน่า"

บลา บลา บลาา คิดไปก็ pathetic หัวใจตัวเอง


เขาเองก็ไม่ได้จัดอยู่ในพวกหน้าตาห่วย
หน้าตาโดยรวมก็ดูดี สูงโปร่ง(ก้นแฟ่บ) 555 อะไร  กันคิ้ว ขนตางอน
หน้าตาโดยรวมคือไม่ได้ดูแย่ แถมยังเป็นกรรมการระดับประเทศอีก
ฝีมือน่าจะเทพไม่เบาเพราะเป็นตัวส่งของทีม - ,, - ไม่ได้เข้าข้างกันเล้ยให้ตาย

บ้านก็น่าจะมีฐานะพอสมควร (Assume เอาเองจากที่ไปเจาะลึกดูพิกัดที่เขา
ตอบข้อความกลับมา) ทั้งสองที่ ทั้งที่ฟาร์มแล้วก็ที่บ้าน

นอกเรื่อง: แต่เราก็แอบคิดเล็กๆ ว่ากับคนอื่นเขาจะ
เงียบเฉียบ พูดน้อยอย่างนี้ด้วยมั้ย
เพราะเพื่อนเขาแต่ละคนดูเฮฮาปาร์ตี้มาก

สมมติฐาน ที่ทำให้"เรากับเขา"เป็นไปไม่ได้มีดังนี้


เราเป็นคนต่างชาติ
(ไทยด้วยค่ะ แหม่! หญิงไทยในสายตาชาวโลกเป็นอย่างไรก็รู้กันค่ะ)
อายุน้อยกว่าเขา 4 ปี 
(เขา 26 เรา 22 ระยะห่างมันมากไปไหมหว่า??ก็ไม่มาก แต่ถ้าเขาชอบคนรุ่นเดียวกันก็อีกเรื่องนึง)
เราไม่ใช่สเปคเขา
(อันนี้สำคัญเลย! เรื่องมันไม่เดินก็เพราะนี่แหละ 555)
เขาเป็นพวกชาตินิยม
(รักใครก็ต้องรักในประเทศซี่ สาวๆ มีให้เลือกเยอะแยะ)
มีนางในดวงใจแล้ว
(แค่เพียงแอบรักหรือยังจีบเขาไม่ติดเท่านั้นเอง
ตอนเราเจอเขาที่งาน 2013 IIHF CCOA เขาคงมีใครที่แอบชอบอยู่แล้ว)
การชอบชาวต่างชาติเป็นเรื่องที่คนในครอบครัวไม่ยอมรับ
(อันนี้ก็น่าคิดนะ เราก็ไม่รู้อยู่ดีตื้นลึกหนาบางครอบครัวเขาเป็นยังไง)
ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่คิดเรื่องแต่งงานหรือคิดจะหาแฟ
(โฮฮ TT อันนี้ต้องติดโผค่ะ เพราะว่าเขาจริงจังกับงานมากมาย สไตล์ญี่ปุ่นแท้ดั้งเดิม ออริจิ)


พอจะส่งข้อความไป
มันชอบฉุกคิดอะไรขึ้นมามากมาย
ว่าเราพร้อมที่จะรับ "ความเฉยชา" เหล่านั้นได้หรือ
"ความเป็นไปได้" ที่เราเพ้อฝันไว้มันจะเกิดขึ้นได้จริงหรือ
(แล้วไม่ใช่แค่คิดมากไง มันมีอะไรหลายๆ อย่างต้องทำขึ้นมาด้วย
แทรกกันมามากมาย งานบ้าน งานของแม่ งานสอนของเราเอง โอยย จิบ้า)

เเรกเริ่มเลยนะที่เราตั้งใจจะจีบเขา
เพราะเราอ่านจากหลายๆ ที่(บนอินเทอเนต)
แล้วมันออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า
ผู้ชายญี่ปุ่นไม่จีบใคร เราต้องเป็นฝ่ายจีบ(ญ ญี่ปุ่นเขาไม่แคร์เรื่องนี้อ่ะ)
เขาไม่ไว้ใจคนต่างชาติ ดังนั้นเราก็ต้องพยายามมากกว่าสิบเท่า(เฮือก แค่เรื่องการสื่อสารก็ปลวกและค่ะ)

เราคิดว่า เราส่งข้อความไปหาเป็นกิจวัตรเนี่ย จะทำให้เขาเห็นอะไรในตัวเรา
เรียกว่าแอ๊บใส่ยังจะง่ายกว่า 55 แต่เราก็เป็นตัวเองนะ
บอกความรู้สึกของเราไปเกือบหมด
(คาดหวังว่า เวลาเขาเห็นข้อความเราคงจะยิ้ม)
คิดไป...ว่าคงมีเราคนเดียวที่ส่งข้อความ Stupid แบบนี้ไปหาเขา
แล้วยังถามเองตอบเองด้วยนะ
พอดีกัน!
แต่ก็นะ...ถึงจะตั้งปย.คำถามไปก็คง No answer มาเหมือนเดิม
แล้วแบบนี้ เขาเรียกว่ามี Interaction กันไม๊ ถามหน่อย

การ Compose ข้อความไปหาเขาเป็นอะไรที่ยากมากกก
จะไม่ให้ดูเกินไป ดูหลงรักเขามากไป(แหม่ แค่นี้ยัง Pathetic ไม่พอ)
เราเป็นคนที่คาดหวังอะไรมากเกินไปไง
แต่ถ้าจะแบบปล่อยวางเลย
คือส่งแหลกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แบบไม่ต้องแคร์ เพราะยังไงก็ไม่ได้เจอหน้ากันอยู่แล้ว
ขจัดความอาย(แต่แบบ หน้าบางไง! - -' ไม่กล้าขอความรัก กลัวหน้าแตก กลัวแบบ
จะไม่ได้เป็นเพื่อนกัน ใช่และ กลัวเสียความเป็นเพื่อน)
เพราะแบบยังไงก็ต้องเห็นกันในเฟสบุคอยู่ดี แม้! -- ' จะเป็นไปได้น้อยมากที่เขาจะรู้ภาษาของเรา

นี่ก็ปัญหาเหมือนกันนะ เราใช้ภาษาไทยตลอด
หรือไม่ก็อิ๊ง
อ่ะแหม่! ใช้ญี่ปุ่นก็รู้สิ! -3- ว่าเรามีใจให้เขาขนาดหนัก

ขาจะคิดว่าชั้นป๊อบหรือเปล่านะ โชว์เซ็กซี่(วันเกิด) นู่นนี่นั่น(แต่ชั้นไม่ได้สวยนะ)
กลัวเขาจะคิดว่าเราชอบผู้ชายหลายคน จีบหลายคน ไม่ใช่แค่จีบเขาคนเดียว
แล้วชั้นก็เคยมีอาการบ้าผู้ชายตอนเป็นอาสาด้วย แอร๊กก ><' ถือกล้องเดินตามเทอรี่
มันเป็นความผิดชั้นเองค่ะ
แต่ชั้นทำอย่างนั้นกับคุณไม่ได้เข้าใจม๊ายย คุณเป็นกรรมการนะ
โอยย แล้วเรื่องที่ดอนนี่ดึงเราไปกอดอีกอ้ะ คงไม่ได้บังเอิญมาเห็นพอดีนะ ตายละ!
หรือคิดว่าชั้นเป็นเลสไปแล้ว ตายห่า ถ้าติดตามโพสกับดูอินโฟชั้นดีๆ ชั้นก้เข้าค่ายไบเซ็กช่วลค่ะ
คือนี่มันตัวชั้นอ้ะ ทำไมชั้นจะเป็นไบไม่ได้ล่ะ(นี่ปัญหาที่ตัวเองก็เคลียร์ไม่ได้เหมือนกัน)
ถ้าเขาคิดบ้าง - 0 - ก็คงจะดีค่ะ! 
คือเขาก็คงแบบ ...เอ่อะ ผญคนนี้ส่งมาอยู่ได้
ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ตอบไป แม่งจี้ดีหว่ะ
จะฝึกภาษาด้วยก็ไม่ได้ เพราะเราพิมพ์ไปข้างเดียว
โอยยย ..มันเหมือนคุยกับกำแพงจริงๆนะ
ถามเองตอบเอง
เพ้อเข้าขั้นจริงๆ แต่มันก็เป็นสิ่งที่เราเลือกป้ะ
อยากจะรู้ว่าในสายตาผู้ชายเราดูเป็นยังไง
แต่แบบถามผู้ชายแท้ๆ ยังไงก็ไม่ได้คำตอบหรอก
เพราะว่า.. - -' แต่ละคนมีความแตกต่างกันไป แล้วก็ไม่ค่อยใส่ใจอะไรกันด้วย
ถ้าชั้นถามออสเบิทกับเจคนี่ก็คงกลายเป็นอะไรที่ประหลาดไปเลย

เราคาดหวังให้เขารักเราตอบ
...เราคาดหวังมากเกินไป...
เรื่องราวก็ดูเป็นไปไม่ได้มากเกินไป
เพื่อนเตือนตั้งแต่แรกแล้วว่าเซ้นส์มันต่างกัน
เขาคงไม่ปรับตัวเข้าหาเราแน่ๆ
TT TT ถ้าอย่างนั้นก็สมควรจะเลิกใช่มั้ย
นี่แค่เดือนกว่าๆ เองนะ
ป่านนี้เขาคงดีใจแล้วล่ะ ว่าในที่สุดอีนี่ก็ตัดใจได้ซะที
His plan works!
ไม่อยากให้เขาสมใจอ้ะ
แต่ถ้าดื้อด้านทำต่อไป..ก็นะ

ย้อนกลับไปคิดดีๆ
มันสมควรมั้ยที่เราจะรักเขา จะดูใจง่ายเกินไปมั้ย
เจอกันแค่นิดเดียวก็จีบ
จีบเพราะว่าชอบหนุ่มญี่ปุ่น รู้ภาษาญี่ปุ่น(บ้าง)

เขาจะเคยคบใครมาก่อนบ้างหรือเปล่านะ
มีแฟนตอนม.ปลายอะไรงี้ O_o จะเป็นพวก Picky หรือเปล่าก็ไม่รู้
เขาอาจจะชอบสาวๆในทีมหรือไม่ก็ครูสอนฟิกเกอร์สวยๆ รอบตัวเขา
เราไม่รู้ความเป็นไปของเขานี่นะ
ได้แต่ตามืดบอด
...
เศร้าจัง


Because it seems that I lack of possibility to make him love me.
That makes me so sad.
I can't see the way that can make him cross the line to feel the same with me.

Just wanna know 
Can he love?
Have he ever been loved before?
Why his personality is so weird?
- -' Is he addicted to solitude?

How can I break that cold wall?
Any possibility that I can rely on?

ก็ไม่เคยรักใครแบบจริงๆ จังๆ มาก่อนเหมือนกัน
ไม่รู้ว่านี่เป็นแค่ภาพลวงที่เราสร้างขึ้นเอง
หรือเป็นความรู้สึกของเราจริงๆกันแน่
รู้แต่ว่าอยากได้ใจเขา 
อยากเอาชนะใจ
อยากจะลองดู
คิดว่าจะง่าย
ที่ไหนได้

มัน.ยาก.มาก.

ถึงจะไม่อยากท้อแท้ ถอยหลังให้เห็น แต่ก็ไม่ได้อยู่ดี


เวลาคงจะทำให้เราตัดสินใจอะไรได้ดีขึ้น :)

ผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลกเสียหน่อย

(ถึงแม้คนที่เราชอบจะมีคนเดียวก็ตาม)

วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

I'm feeling paralysed.

ตั้งแต่วันที่ 29 ก็ไม่ได้ส่งข้อความหาเขาเลย
คือวันโชวะเป็นวันที่เรายอมแพ้มากๆ เหมือนแบบทนไม่ไหว

แต่หลังจากนั้นมา...คือ
ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนเลยที่ไม่คิดถึง และอยากจะส่งข้อความหา
นั่งพิมพ์นะ แต่ถ้ากดส่งเราก็รู้ดีว่าต้องเจอกับอะไร
คนไม่แคร์ก็คือไม่แคร์

ด้วยความเป็นคนญี่ปุ่น โลกส่วนตัวสูง เก็บอารมณ์นั้นแน่นอนอยู่แล้ว
ยากเกินจะเดาว่าในใจเขาคิดอะไร ภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้ม ท่าทางสุภาพ เขินอายและจริงจัง

ดูขัดแย้งกันเนอะ...

ญี่ปุ่นนี่เป็นชนชาติที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากๆ
บุคลิกนี่ยังกับพิมพ์เดียวกันทุกคน

เอ้า!

มาเข้าเรื่องหัวใจเราดีกว่า
คืออยากส่งข้อความไปหามากกก

เพราะมั่นใจนะว่าเขาคิดว่าเรายอมแพ้ไปแล้ว
เขาจะเกลียดคนที่ยอมแพ้หรือเปล่านะ
ถ้าดูจากไทม์ไลน์เรา
คงเป็นผู้หญิงแบบเหลาะแหละอ่ะ

คือเราเคยบอกแล้วว่าเราอยากส่งข้อความหาเขา
รู้ว่าเขายุ่งมาก(ไอ้ยุ่งพวกนี้คือจริงจังกับงานค่ะ เรื่องอื่นมาทีหลัง
งานคือชีวิต รักงานเยี่ยงรักชาติ)

เออ! แล้วรูปในเฟสอ้ะ ถ้าเขาไม่เห็นคนไลค์เยอะ เค้าก้ไม่ไลค์หรอก
ให้ตาย! พฤติกรรมคาดเดาง่ายจริง!

แต่ชั้นก้ชอบเขา

อยากสารภาพรักเขาแบบจริงจัง
แต่คือ มันก็ดูตลกอ้ะ

เจอกัน พูดกันไม่กี่คำ (แต่ชั้นมั่นใจว่าชั้นมีอินเทอแรคชั่นกับเขาเยอะสุดในหมู่อาสาวมัครทุกๆคน)

เราเริ่มต้นทักทายเขาก่อน จนก่อเกิดเป็นความรู้สึกดีๆ
ชอบที่เขาเขินๆ ตอนโบกมือบายๆให้เรา
แบบโมเม้นนั้นนี่ใช่เลย! ติดอยู่ในความทรงจำ/หัวใจ
ขอถ่ายรูปด้วยตั้งสองครั้ง (แล้วที่สงสัยคือรูปเราอยู่ในมือถือเขาหรือเปล่า?)
ตอนพิธีปิด ที่ถ่ายรูปคู่กันนั้นมันใจว่านอกจากไอโฟนพี่กุ๊กไก่แล้ว
ก็น่าจะมีมือถือคนอื่นด้วยแต่ไม่รู้ว่าใคร เอ้า าก็มีรูปนึงที่เรามองอีกกล้องนึงอ่ะ

จากที่อ่านบทความบนเนตมากมาย
ก็คิดว่าแพทเทิร์นหนุ่มญี่ปุ่นเป็นอะไรที่รับมือยากมาก
(แต่ชอบตรงที่นอนทั้งวันอ่ะ 55 คาดเดาง่ายดีถ้าเป็นวันหยุด)

...เขาเป็นนาโอจังของเด็ก ๆ อ่ะ ดังนั้นมุมน่ารักเขาก็ต้องมีเยอะป้ะ
แถมยังใช้อีโมติคอนน่ารักคิขุพร่ำเพรื่ออีก

ยกให้เขาเป็น 1000 shades of swym แม่งเลย 55555

กว่าเขาจะมาถึงจุดนี้ได้คงต้องเข้มงวดกับตัวเองมากๆ
เรียนจบม.ปลายก็ไม่ได้ต่อมหาลัย แต่มาเอาดีด้านกีฬา
เป็นถึงตำแหน่งแอสสิท ได้เป็นไลน์สเมนส์ ในเวลาสองสามปี
เขาคงต้องทุ่มเทเพื่อให้ได้เป็นเรฟเร็วๆ แน่ๆ
( โอยยย ;'( แล้วที่ชั้นไปบอกว่าจบมหาลัยเกียรตินิยมอันดับ1นี่ทำให้เขารู้สึกเสียความมั่นใจหรือเปล่านะ คงไม่นะ เพราะเขาเองก็เก่งนี่นา ถึงจะไม่ได้เรียนต่อแต่ก็เก่งด้านกีฬาไง)

เขาอาจจะมีวินัยในตัวเอง(ชัวร์!)
คือถ้าไม่ส่งข้อความก็ไม่ส่งเลย เป็นที่รู้กันในหมู่คนรู้จัก
ใครอยากติดต่อก็โทรมา...เล่นเฟสบุคเพื่อติดตามข่าวสารและไลค์รูปสาวๆ
ครูสอนฟิกเกอร์หรือนักกีฬาเยาวชนหญิงไอซ์ฮอกกี้ของโทกาชิหรือทีมอื่นๆ เท่านั้น
( อดนอยด์ไม่ได้ 555)

นอนดึก ตื่นเช้าขับรถไปทำงาน
ทำงานอะไร? 555 เป็นครูสอน? ซ้อมกีฬา? ยังเล่นให้ทีมอยู่?
ปกติถ้าได้เป็นกรรมการแล้วจะทำอะไรกันบ้างอ่ะ
คืออยากรู้..อยากรู้แต่...ถามไปก็ไม่ได้คำตอบ
กินข้าวเที่ยงกว่าๆ ออนเฟสแปบนึง ไปทำงานต่อตอนบ่ายโมง
ออนอีกบ้างวอบๆแวบๆ บางวันก็หายไปเลยสี่ห้าชม.
เลิกงานห้าโมงเย็น
หลังจากนั้นทำอะไร? ไปดื่ม? สังสรรค์?
กลับบ้านไปดูแลธุรกิจครอบครัวต่อ?
ฟาร์มมันฝรั่งหรือพืชชนิดไหนนะที่บ้านเขาปลูก
ต้องใช่แน่ๆ ค่ะ ชั้นมั่นใจ5555 เขาต้องปลูกแน่ๆ

เด็กที่โอบิฮิโระ(โดยเฉพาะลูกหลานคนที่อยู่ในแวดวงนี้จะต้องเกิดมาแล้วเล่นเลย55) กีฬาประจำเมือง
หิมะกองหน้าบ้าน เอาน้ำฉีดๆ วิ่งเล่นกันปร๋อออ

เดี๋ยวต้องไปหาข้อมูลโรงเรียนม.ปลายเขาเพิ่มเติม
มาประกอบกับหลักฐานหลายๆ อย่าง
555 เอ่อะ กูทำวิจัยเรื่อง ซาวายามะ นาโอกิอยู่ใช่มั้ยฟร่ะเนี่ย จะบ้าาา..

จะชอบเขานี่ต้องผีโคนันและวิญญาณสโตลเกอร์มาเข้าสิงเท่านั้นที่จะทำให้
เรารู้ความเป็นไปของเขาได้ (ส่องเฟสเพื่อนเขาแม่มทุกวันอ่ะ
เจ็บใจสุดที่เขาไลค์รูปแม่ครูสอนฟิกเกอร์คนนั้น เยอะมาก) :( แต่คนไลค์นางก้เยอะอยู่ ปล่อยนางๆ


ถ้าเราส่งข้อความไป ปั้ง! จะส่งว่าอะไรดีละ -.,- ยากแฮะ
I miss you.
Forget me?
I like you. O_o
あいたい。
บ้าบอทั้งนั้น จะให้นั่งพิมพ์ยาวๆ เพื่ออธิบายเหตุผลที่หายไปก็เหมือนแก้ตัว
ในเมื่อเรามีความเคลื่อนไหวหน้าไทม์ไลน์ตลอด
จะมีแค่ขี้เกียจกับไม่รู้จะพิมพ์อะไรส่งไป 

: ( เขามอง ญ ไทยเป็นยังไงนะ เฮ้อออ
ไม่คิดอยากลองของแปลก เอ้ยย ของต่างชาติบ้างหรือไงจ้ะ

ที่คุณเปลี่ยนสถานะเป็นซิงเกิ้ลนี่มันไม่ต่างจากทอดสะพานให้ชั้นป้ะ
ทอดให้ใครไม่รู้ละ (คือคุณอัพเดทอินโฟตอนที่ชั้นคุยกับคุณ)(คุยกับใครบ้างก็ไม่รู้)
แต่แบบสะพานของคุณยาวมาก มองไม่เห็นหนทางข้างหน้า แถมตอนเดินไปก็หนาวเหน็บ

หวังว่าคุณจะเดินฝ่าหิมะมารับชั้น เห้อออ

ชั้นเปลี่ยน interested in และนะ
กลัวเขาตกใจไปมากกว่านี้ ถ้ารู้ว่าเราชอบ ผญ ด้วย นี่เป็นเรื่องแน่
แต่คุณอย่าชอบผู้ชายด้วยกันนะ เฮือกกกก !

ถึงแม้คิ้วคุณจะกันสวยมากและมีขนตางอนเด้งเหมือน ผญ(?)
แต่ชั้นก็มั่นใจว่าคุณแมน ขี้เล่น หื่น กรุ้มกริ่ม (เอ่อะ ออกทะเล)

วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Can't get over you

ยังตัดใจไม่ได้ ตามชื่อไทเทิ้ลเลย ฮ่ะๆ

ไม่รู้ทำไมถึงเป็นคนแบบนี้
ทำไมถึงยังมีความหวังในตัวเขาอีก
ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่ได้แสดงออกมาให้เรารู้เลยว่า
เขารำคาญ หรือ เขาชอบ

;______;

ผิดที่เราพิมพ์ดักตัวเองไว้ว่า

ชั้นแค่อยากจะพิมพ์หาคุณ คุณอ่านชั้นก็พอใจแล้ว
เหมือนตัวเองเป็น submissive/slave for u เบาๆ

ก็หวังว่าเขาจะคิดถึงเรา...บ้าง
แค่เสี้ยววินาทีที่เปิดเฟสบุคก็ยังดี

>>ว่าทำไมเธอถึงไม่ส่งข้อความหาเรากันนะ
ทั้งๆ ที่เธอบอกไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า
จะส่งข้อความหาเราทุกวัน
ทำไมเธอไม่ส่งข้อความมาอีกทั้งๆที่เธอก็เล่นเฟสตลอด
<<

เราจะต้องกลายเป็นผู้หญิงที่แย่มากแน่ๆเลย
เหมือนไม่รักษาสัญญา
แต่ก็นะ..เป็นสัญญาข้างเดียว
เขาอาจจะรับรู้ แต่ก็คงไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก

เเรกๆ อาจจะทำใจยากหน่อย

ต้องปล่อยให้เวลา..รักษา


ข้างล่่างนี่เป็นข้อความที่เราไม่กล้าส่ง
ถึงอยากจะส่งไปบอกเขาแค่ไหนก็ตาม

In progress

ห่างหายไปสองสามวันเนอะ

หรือว่าหลายวัน (!)

5555 ไม่ได้นับเลย แต่รู้ว่าไม่ได้อัพอะไรเลย


หลังจากเรากลับมาจากบ้านย่า คือ 27.04.13

เราก็ไม่ได้ส่งข้อความไปหาเขาเลย ตั้งแต่วันเกิด

เพราะคิดว่าเเค่เขาแฮปมามันก็มากเกินพอแล้ว


...

เราตั้งตารอคอยวันที่ 29 Showa Day

วันแรกของ Golden Week ที่ญี่ปุ่น

และแล้ววันนั้นก็มาถึง เราก็ส่งไปว่า Happy Showa Day

และเช็คการออนไลน์เขาตลอด

ปรากฏว่าไม่เหมือนกับทุกวัน คือเขาจะออนไลน์ถี่ๆ วอบๆ แวบๆ
วันนี้คือ หายไปเลย 7 ชม.

เราคิดว่า เขาน่าจะนอนทั้งวัน เพราะหยุดคราวที่แล้ว เขาก็นอนทั้งวันเหมือนกัน

ตอนบ่ายๆของเขา เราก็ส่งไปบอกว่า แฮปปี้โชวะเดย์นะ

เขาใช้เวลากว่าจะอ่านข้อความเราถึง 1 ชม.กว่าๆ ก็ไม่อะไร วันพักผ่อนเขาอะเนอะ


แต่ไม่รู้สิ ... 


มันเฟลอ้ะ คือวันหยุดแล้ว เขาก็ไม่เริ่มชวนเราคุยใช่มั้ยอ้ะ
คือรู้แหละว่าเขาขี้อาย+คนญีปุ่น+บุคลิกส่วนตัวที่ไม่ชวนใครคุยก่อน
หรืออะไรก็ตาม

มันทำให้เรา Hopeless และคิดอย่างจริงจังว่า

เราควรตัดใจได้แล้วนะ เลิกเพ้อฝันสักที


ได้จับมือกับเพื่อนสนิทว่าเราจะเลิกพร่ำเพ้อแล้ว
แต่เอาจริงๆ นะ ความรู้สึกมันไม่ได้พูดปั๊บตัดได้เลย

คือเราส่งข้อความหาเขาเกือบทุกวันอ้ะ ทำมาเป็นเดือนๆ

แล้วจู่ๆ แอคทิวิตี้นี้มันหายไป...มันก็โหวงๆ แต่ก็ต้องทำใจ

เพราะว่าเขาไม่ใช่ของเรา และไม่มีทางที่จะใช่ได้ แม้จะพยายามมากแค่ไหน


ยิ่งพิมพ์ยิ่งเศร้า...

เมื่อวานมีเรื่อง Distract เยอะ แต่ก็คิดถึงเขาตลอดเวลานะ เเวบเข้ามาในหัวตลอดเลย

อยากจะเล่าเรื่องเราให้เขาฟังเหมือนเดิม...

แต่ก็คิดมากอีกแหละ ว่า..เขาจะจำมั้ย? จะสนใจหรือ? หรือแค่อ่านพอเป็นมารยาทพอ?

ทุกอย่างมันก็เพราะ "มารยาท" :(

เพราะอย่างนี้เลยต้องถอย

คนเราถ้ามีใจให้กันบ้าง ก็ต้องมีอินเทอแรคกกลับมามั่งใช่มั้ยล่ะ


เราเป็นฝ่ายให้ใจเราไปฝ่ายเดียวเลย


แล้วพอมาวันนี้ 010513 วันแรงงานค่ะ

ตารางการออนไลน์เขากลับไปเป็นเหมือนเดิม เหมือนตอนทำงาน
เอ๊ะ! ช่วงโกลเด้นวีคนี่เขาไม่ได้หยุดเหมือนชาวบ้านหรอกหรือ??

อาจจะบ้างานตลอด..ก็เป็นได้

ไอซ์ฮอกกี้คงเป็นที่ 1 ในชีวิตของเขา การเป็น Ref อาจจะเป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิตเขาก็ได้

เขาเองก็เป็น Assist ในทีม ซึ่งฟังจากกูรูแล้ว ต้องเก่งมาก
และอีกอย่างญี่ปุ่นกับเกาหลี ฝีมืออย่างเทพ

ก็คงต้องเก่งพอตัวอะนะมาเป็นไลน์แมนได้



มันก็มีหลายเเวบนะ

ที่คิดไปว่า...

เขาเอง...อาจจะคิดถึงเรา...บ้าง

เอ้า! ก็ชะนีคนนี้เคยส่งข้อความหาเราทุกวันนี่นา ทำไมวันนี้หายไป

แต่ก็เคยห่างกันไปพักนึงแล้วตอนช่วงสงกรานต์ อันนั้นสี่วัน

แล้วก็มีก่อนหน้านี้ที่ไปเที่ยวบ้านย่า อันนั้นก็สี่วันเหมือนกัน

คราวนี้เราจะหายไปเลยยย พอกันที


มันต้องมีคิดถึงบ้างแหละ ให้ใจไปซะขนาดนั้น
...

คนๆ นี้อาจจะไม่ใช่สำหรับเรา และเราก็อาจจะ(แน่นอนล่ะ)ไม่ใช่สำหรับเขา

สักวันต้องมีวันของเรา คนของเรา(คาถาปลุกใจคนโสด)

!!


อยู่อย่างมีความหวัง

แม้จะเคยหวัง สร้างโอกาสด้วยตัวเองแล้วไม่ปประสบผลสำเร็จก็ตาม


:) 

ตอนนี้อยู่ในโปรเกสตัดใจ
ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีด้วยเถอะ